โทษทีค้าบ  ที่อัพช้า  เพราะหาโอกาสเหมาะๆไม่ได้  โอเค  ต่อ

 

      อุปรากร  นอกจากจะสำคัญที่ตัวฟิกชั่น  และดนตรี  แล้ว  ที่สำคัญรองลงมาคือ

ฉาก   คำว่าฉากนี้จะรวมถึง  จะเดินไปมา และอิริยาบถของคอรัส   และวัสดุ  เครื่องเรือน  รวมทั้งต้นไม้   หิมะ  ฝน  น้ำตก  ฟ้าผ่า  ฟ้าแลบ  ต่างๆนานาด้วย

 

โอเค  เริ่มมารู้จักกับรูปของอุปรากรกัน

Opera  seria  or  Opera  serieous  or  Grand Opera 

จากชื่อ   แน่นอน  อุปรากรชนิดนี้  ต้องจริงจังในการใช้ประสาททั้งหมด  ตา หู  จมูก  ปาก   เอ่อ  สองอันหลังก็สำคัญนะ  เพราะคุณจะต้องหายใจตลอดเวลา  ถ้าตอนพระเอกนางเอกตาย   คุณจะหยดหายใจตามพระเอกนางเอกไม่ได้   เพราะคุณต้องการออกซิเจนตลอดเวลา    และปาก  คุณไม่ควรไอหรือจามถ้าหากมีคนร่วมฟังอุปรากร   หรือขณะคุณชมในอุปรากรสถาน  เพราะแน่นอน  มนเป็นการรบกวน

โอเค  รู้สึกจะออกไปข้างทาง  ต่อๆ  อย่างที่เกริ่นไปข้างต้น   ว่าพระเอกไม่ก็นางเอกตาย   มันคือสัจธรรมของอุปรากร  และชีวิต   ต่างคนต่างเกิดมา  หรือเดินออกมาจากโรง  และต่างคนต่างต้องตายจาก   ความตายคือการสิ้นสุดอุปรากร   และแน่นอน  ความตายคือการสิ้นสุดของชีวิต   อุปรากรชนิดนี้ไม่มีบทพูด  ซึ่งเป็นอะไรที่ดีสำหรับคนที่ฟังภาษาต่างชาติไม่ค่อยรู้เรื่อง    เพราะดนตรีจะนำเสนออารมณ์และแนวคิดได้ดีกว่าภาษา    อุปรากรรชนิดนี้   มักจะมีการร้องแบบป่าวประกาศ  คล้ายๆเพลง  แต่ออกไปทางการพูด   คือ  พูดแบบมีทำนอง  ประมาณนี้    คอรัสก็สำคัญเช่นกัน  เพื่อเพิ่มความขลังยิ่งขึ้นไป   เสียงที่ใช้มักจะคัดสรร  พวกโทนเสียง Dramatic เช่น ดรามาติก  โซปราโน่,ดรามาติก เทนเนอ,และ  อื่นๆ

เพราะ  เสียงแบบดรามาติก   จะเป็นเสียงที่ทรงพลังเหนือธรรมชาติ  เอ้ย  สะเทือนใจผู้ฟัง   คือในเสียงนั้นจะมีอะไรมากกว่าตัวโน๊ต  ที่ร้องออกมา

ต่อไป   Comique Ope`ra   โทษทีหาตัวขีดลงซ้ายไม่เจอ   เลยใช้ตัวขีดลงขวาแทน  เป็น โอแปร่าเลย ฮ่าๆๆๆ

  จากชื่อ  โคมิค โอเปร่า  คือ  อุปรากร  หัวขวัญ   ตลกๆ  มีบทพูดขั้นกับเพลง   เพราะฉนั้นเพลง ของ โคมิค โอเปร่า  นี้

จะฟังง่าย     นักแสดง นักร้อง ที่ใช้ก็ได้เกือบทุกแบบ    อุปรากรนี้จะมีบัลเลต์ประกอบ  หรือไม่ก็ระบำสักอย่างหนึ่ง

อุปรากรชนิดนี้  เป็นที่นิยมกันในฝรั่งเศส  รวมทั้ง  คาร์เมน ของ บิเชต์ด้วย

 

ต่อไป  Opera Buffa  คล้ายๆกับโคมิค โอเปร่า  แต่อันนี้เป็นของ อิตาลี    บางทีสามารถจบลงด้วยโศกรนาฎกรรม

ต่อไป  Oparetta   หรือ จุลอุปรากร  แทบไม่มีบทร้อง   เนื้อเรื่องสนุกสนานเป็นหลัก  สรุปก็คือ ละคนเพลงดีๆนี่เอง

 

ต่อไป  มาทำความรู้จักกับเสียงร้องต่างกัน  แบบคร่าวๆ(เนื่องจากข้าพเจ้าจำได้ไม่มาก)

Tenor  เทเนอร์  คือเสียงสูงของผู้ชาย   คำว่าเสียงสูงในอุปรากร  หมายถึง  สูงและแข็งแกร่ง    เสียงเทเนอร์มีหลายรูปแบบมาก   ซึ่งกระผมจำไม่ค่อยได้   เท่าๆที่จำได้มี 

Lylic-light Tenor  ส่วนใหญ่ใช้สำหรับเพลงร้องทั่วไป   เป็นโทนเสียงที่สูงสุดในบรรดาเทเนอร์   ถ้าจำไม่ผิด   คลื่นความถี่จะสบายๆ  ไม่ทุ้มมาก  ประมาณเสียงผู้ชายธรรมดา  ส่วนใหญ่จะได้ยินในพวกคอรัส มากกว่าร้องเดี่ยว

Lylic tenor มีความลึกมากกว่า ไลท์เทเนอร์พอควร    นิยมในโคมิค โอเปร่า    ซีเรียสโอเปร่าก็เป็นที่นิยมเช่นกัน

Dramatic  Tenor   เป็นเทเนอร์ที่มีความลึกมาก    ล้วนแล้วใช้ในซีเรียสโอเปร่า  เช่น ของ แวร์ดี,ปุคชินี,รอสซินี  และท่านอื่นๆ   เทเนอร์นี้ล้วนใช้กับพระเอกเป็นส่วนใหญ่ หรือทั้งหมด

Helden tenor  or Heroic tenor  หรืออีกชื่อเล่นหนึ่ง wagnerian tenor โทนนี้ก็คือ ดรามาติคเทเนอร์ของเยอรมัน โดยเฉพาะในอุปรากรของ วากเนอร์  โทนนี้เป็น เทเนอร์ที่ลึกที่สู๊ดดดดด  และมีความเข้มข้นของน้ำเสียงมาก จนถึงกับขั้น  โทนมืด,ทรงอำนาจ  และทรงพลัง   จากชื่อ ตัวละครที่เป็นเสียงนี้ ก็ต้องเป็นพระเอกอย่างแน่นอน  เทเนอร์ชนิดนี้มักจะพบในอุปรากร ของ  วากเนอร์

 

ต่อไป  Counter  Tenor  โอ้ว เรียงลำดับผิด  เพราะ เสียงนี้จะสูงกว่าเทเนอร์  มาก และเสียงนี้เป็นเสียงต่างหาก  ไม่ใช่รูปแบบของเสียงเทเนอร์ใดๆ   คำจำกัดความดีๆของ ลักษณะในเสียงชนิดนี้  ก็คือ Male Soprano จะดีที่สุด  แปลว่า  ผู้ชายที่ร้องเสียงโซปราโน่แบบผู้หญิงเป๊ะๆ   สูงแหลม  แบบโซปราโน่จ๋าเลย   เพราะฉนั้น เสียงนี้ไม่ค่อยพบในอุปรากรในสมัยก่อนสักเท่าไหร่   หรืออาจไม่ได้พบเลยก็ดี   แต่หากใครสงสัย  ลอง เข้าyoutube.com  แล้วหา Greg pitchard  ใน รายการ  Britain Got Talent. 

 

ต่อไป   Baritone  บาริโทน  คือเสียงกลางของผู้ชาย  เป็นเสียงที่คล้ายๆกับ ดรามาติค และฮีโรอิค เทเนอร์   แต่จะมีความเข้มข้นน้อยกว่า   แต่กลับมีเสียงต่ำกว่า  เป็นที่นิยมในเพลงร้อง  ไม่ว่าจะ ซิมโฟนีของบีโธเฟ่น  และมาห์เลอ  รวมทั้ง ลีเดอร์  หรือเพลงร้องเยอรมันด้วย  

 บาริโทนที่สำหรับร้องเพลง  คือ Lyric Baritone  ถ้า  ลีริค บาริโทนในอุปรากร

มักจะใช้กับตัวละครที่มีลักษณะ ตลก ขบขัน  บางทีก็แบบ ขี้น้อยใจ(เช่นPappanoใน ขลุ่ยวิเศษของโมสาร์ต) หรือบางทีออกจะอารมณ์ร้าย และขี้หึง (เช่น Marcello ใน ลาโบแอม ของ ปุคชินี)  พวกเพื่อนพระเอกนางเอง  

 Dramatic Baritone  ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมด  มักจะเป็นตัวร้ายชายของเรื่อง    หรือไม่ก็เป็นเสียงของชายวัยกลางคน  จนถึงชรา    บางเรื่องก็เป็น เพื่อนระเอกนางเอก  ที่มีลักษณะสุขุม   เป็นบาริโทนแบบขนานแท้   มีความลึกและความเข้มข้นเด่นชัดในน้ำเสียง

Bass Baritone  คือ  บาริโทนที่ลึกมากๆ  เกือบเป็นเบส   เบสบาริโทนยังแยก ออกเป็น ลีริค และ ดรามาติค ด้วยเช่นกัน 

ต่อไป  คือ  เสียง  Bass   คือ เสียงต่ำของผู้ชาย   มักจะกับตัวละครที่เป็น ชายชรา(รู้สึกว่า เสียงยิ่งต่ำจะยิ่งแก่นะเนี่ย)  ส่วนมากจะเป็นตัวร้าย   ไม่ก็พ่อพระเอก  พ่อนางเอง   พ่อตา  พ่อปู่

 

ต่อไป  คือ  เสียงสตรี  จากต่ำไปสูง

Contralto  จะคล้ายๆกับ  เคาเตอร์เทเนอร์  แต่สูงกว่านิดนึง  ผู้หญิงที่ร้องเพลงนี้  เสียงจำต่ำเกือบเหมือนเสียงผู้ชาย    ซึ่งเป็นอะไรที่น่าขวัญผวา   เพราะฉนั้น  เสียงนี้จึงเป็นเสียงของตัวละคร  ที่เป็นนางร้าย   ที่อายุเยอะสักหน่อย  หรืออาจจะไม่หน่อยล่ะ    หรือไม่ก็เป็นหญิงชราที่จมอยู่กับความเศร้ามานานแสนนาน

Mezzo Soprano   คือ  เสียงกลางของผู้หญิง  เสียงนี้จะนิ่ม  ดี  เกือบแตะคอนทรัลโตได้เวลาร้องต่ำๆ  แต่ก็ยังสูงอยู่แบบเสียงผู้หญิง    เกือบแต่โซปราโน่เวลาร้องเสียงสูงได้   แต่ก็แตะถึงไม่มาก

มักใช้กับ  พวก เพื่อนนางเอก   หรือไม่ก็นางร้าย

Soprano  หลายๆคนย่อมรู้จักเสียงนี้ เป็นอย่างดี   เพราะนี่คือสัญลักษณ์ของโอเปร่า   เวลาได้ยินใครร้องหวีดเสียงสูงๆก็ว่าโอเปร่า   เพราะ  นี่คือ โซปราโน่  เสียงสูงสุดในอุปรากร   มักใช้กับนางเอก  หรือนางร้ายที่  ที่ร้ายแบบขี้วีน   ประมาณ  ราชินีรัตติกาล  ใน  แมจิคฟลุต  ของ โมสาร์ต  ประมาณนี้

โซปราโน่ ยังแบ่งออกได้หลายเสียงย่อย  จากเบา ไป หนักดังนี้   Lylic-light colorate Soprano,Dramatic colorate Soprano, Lylic Soprano, Dramatic Soprano(Wagnerian Soprano)

 

ต่อไป  คือ  Treble  ใช้เรียกพวกเมลโซปราโน่ หรือ เคาเตอร์เทเนอร์ และยังรวมไปถึง เสียงเด็กด้วย  

 

โอเค   เป็นอันเสร็จข้อมูล   ขอบคุณที่ติดตามนะครับ 

edit @ 16 May 2009 11:02:24 by NuttoPualino

อุปรากร หรือ โอเปร่า(Opera)

หมายถึง ละครร้อง  ที่ใช้ดนตรีในการดำเนินเรื่องตลอด   และใช้การร้องแทนการพูดสนทนา

ซึ่ง  นักแสดงจะต้อง  มีแอ๊คติ้งตีบทแตกกระจาย  และต้องมีความสามารถในการร้องเพลงขั้นสูงด้วย

หน้าตา และรูปร่างไม่สำคัญ   ขอแต่ร้องได้ดี  ร้องได้นาน  ตีบทคาแร็คเตอร์แตก

วงดนตรีที่ใช้ คือ วงดุริยางค์ซิมโฟนี่(symphony orchestra) เต็มรูปแบบ และตำแหน่งของวงดนตรีจะอยู่ข้างหน้าเวที   เพราะ วาทยากร  จะต้องกำกับนักแสดง ไปพร้อมกับเพลงด้วย  ซึ่งถือว่าวาทยากรต้องใช้ความสามารถสูงเลยทีเดียว

 

    อุปรากร  ถือว่า เป็นจุดรวมแห่งศาสตร์และศิลป์  ไม่ว่า จะ  ดุริยางคศิลป์   อันนี้สำคัญที่สุด   เพลงไม่เพราะ    อุปรากรก็ไม่เกิด      รองลงมา   คือ   ภาษาศาสตร์และวรรณกรรม    อุปรากร คือ  ละคร  ที่ทำมาจากวรรณกรรม

เพราะฉนั้นถ้าหาก  วรรณกรรมดี   เนื้อร้องกินใจ   อุปรากรก็จะเป็นอมตะและเป็นที่นิยมสืบนานเท่านาน

บางทีอาจยกเว้น แต่  คาร์เมน ของ ชอร์ช  บิเชต์     ที่  เนื้อเรื่องหาดีแทบไม่มีเลย   แต่สำคัญที่เพลงไพเราะ

จึงเป็นที่นิยมกันจนถึงปัจจุบัน